ถาม : เรียนคณิตศาสตร์ทำอย่างไรให้เรียนเก่ง ?
ตอบ : คณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยก่อนอื่นเราต้องรู้ปัญหา
ในการเรียนคณิตศาสตร์กันก่อน ว่าเกิดจะสาเหตุอะไรบ้าง
การเรียนคณิตศาสตร์ ซึ่งหลายๆ คนก็คงจะเจอกันบ้างแล้ว
ปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์
การหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ไมเก่ง ขั้นแรกควรเริ่มต้นจากการพิจารณาตัวเราก่อนว่ามีปัญหาต่อไปนี้หรือไม่
ปัญหา 1 : คิดและทำไม่เป็น
โจทย์คณิตศาสตร์จะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ โจทย์ทักษะ (ทำ) และโจทย์วิเคราะห์(คิด) ตัวอย่างโจทย์ทักษะ เช่น จงแก้สมการ x2 + 5x + 6 = 0 ส่วนโจทย์วิเคราะห์เป็นการผูกปม
ปัญหาโดยอาศัยภาษาโจทย์ เงื่อนไข ข้อกำหนดที่ต้องอ่านและนำมาแปลความหมายเป็นภาพ รูปกราฟ และสัญลักษณะทางคณิตศาสตร์ ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่เกี่ยวข้อง และใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์หาคำตอบต่อไป
การทำโจทย์ทักษะไม่ได้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไม่ได้ฝึกฝนอย่างเพียงพอ ส่วนการทำโจทย์วิเคราะห์ไม่ได้ มีสาเหตุหลายประการประกอบกันเช่น อ่านภาษาไม่แตกฉาน ตีความโจทย์ผิด ขาดยุทธวิธีในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ หรือแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างสิ่งที่โจทย์กำหนดให้และสิ่งที่ต้องการหาคำตอบ เป็นสัญลักษณ์หรือสมการคณิตศาสตร์ไม่เป็น เป็นต้น
ปัญหา 2 : คิดช้า
การคิดช้า คือการคิดได้ แต่ใช้เวลามากกว่าคนอื่น ผู้คิดช้ากว่าคนอื่นมักกังวลใจ รู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย มีความกลัว กลัวสอบแข่งขันแพ้คนคิดเร็ว แต่ในทางเป็นจริงแล้ว การเรียนคณิตศาสตร์ต้อง “คิดเป็นก่อน แล้วจึงหาทางคิดเร็ว เพราะการคิดเป็นคือการคิดอย่างมีระบบ ถูกต้องตามหลักคณิตศาสตร์ และสามารถให้เหตุผลในการกระทำแต่ละขั้นตอนได้ ซึ่งต่างจากคนคิดเร็ว คนคิดเร็วอาจรู้คำตอบโดยไม่รู้วิธีและเหตุผล คนที่เก่งคณิตศาสตร์จะต้องเริ่มต้นจากการคิดเป็นก่อนแล้วคิดเร็วจะเป็นผลพลอยได้ที่ตามมา”
ปัญหา 3 : ไม่ชอบคิด
ผู้ไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์มีข้ออ้างมากมาย เช่น ครูดุ เรียนแล้วไม่รู้นำไปใช้อะไรในชีวิตประจำวัน และไม่ชอบคิด เพราะคิดแล้วปวดหัว ผู้ที่พยายามคิดฝึกฝนการหาคำตอบอย่างมีหลักจะพบว่าปัญหาที่ “ดูแล้วเหมือนยาก” ในตอนแรก ที่จริงอาจไม่ยากต้องพยายามคิดก่อน เมื่อคิดปัญหายากๆ ได้ จะเกิดความภาคภูมิใจ เกิดความมั่นใจ และรักคณิตศาสตร์ การไม่ชอบคิดจึงน่าจะเป็นผลต่อเนื่องของปัญหาที่กล่าวมาแล้ว คือ คิดไม่เป็นและคิดช้า หากแก้ไขปัญหา 2 ปัญหาแรกได้แล้วจะทำให้ปัญหาไม่ชอบคิดหมดไป |